อาเซน่อล ขุลพลไร้นายอีกครั้ง

อาเซน่อล ขุลพลไร้นายอีกครั้ง

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2017-2018 มันเป็น 2 ซีซั่นสุดท้ายของชายที่มีชื่อว่า “อาร์เซน เวงเกอร์” บรมกุนซือชาวฝรั่งเศส ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไม่สู่ดีนัก เนื่องจาก อาร์เซน เวงเกอร์ นั้นมีผลงานย่ำยาของ เดอะกันเนอร์รวมไปถึงบอร์ดบริหารมองไปถึงว่า เขานั้นเกิดอาการสมองตัน ไม่อาจเข็ญทีมให้ติดพื้นที่ในท็อป 4 ได้ ซึ่งถ้วยเอมิเรตส์สเตเดียมในเวลานั้น โหยหาความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จนถึงขั้นมีแฟนบอลบางส่วนทำป้าย เวงเกอร์เอ้าท์ ออกมาเพื่อประกาศจุดยืน และจะไม่ทนกับกุลซือชาวฝรั่งเศสอีกต่อไป หลังจากที่ อาเซน่อล ประกาศเป็นอดีตกับ อาร์เซน เวงเกอร์ พวกเขาก็ได้เปิดประตูสโมสร เพื่อให้ผู้ที่ประกอบอาชีพกุนซือหลายคน ได้เข้ามาสัมภาษณ์งาน บอร์ดบริหารของ อาเซน่อล ต้องการคนที่มีวิสัยทัศน์ การนำปืนใหญ่กระบอกนี้ ก้าวไปสู่ความศรีวิลัยที่มากขึ้น และคนที่เสนอแผนงาน แนวคิด วิสัยทัศน์ ที่มีความละเอียดมากที่สุด จนคนใหญ่คนโตของสโมสรประทับใจนั่นก็คือชายที่มีชื่อว่า “อูไน เอเมรี”

ซึ่งเหมือนกับผู้หญิงที่กำลังเปลี่ยนคู่ควงใหม่ วาดหวังถึงอนาคตที่สดใส อูไน เอเมรี เปิดตัวพร้อมกับความคาดหวังจากแฟนบอล อาเซน่อล ด้วยดีกรีที่มีความเพียบพร้อมอยู่พอสมควร ทั้งการทำทีม ปารีส แซ็ง แฌร์แม็ง คว้าทุกแชมป์ในประเทศของตนเอง ทั้งอดีตที่เคยพาทีมอย่าง เซบียา ให้กลายเป็นทีมที่อันตราย จนคว้าแชมป์ยุโปรได้แชมป์มาครองได้ถึง 3 สมัยติดต่อกัน ใช่ครับ ไม่ผิดหรอกถ้าทุกคนนั้นจะฝัน แต่ว่าความเป็นจริงที่เกิดขึ้น นับตั้งแต่วันแรก อูไน เอเมรี พาสองเท้าของตัวเองเข้ามาเหยียบที่ อาเซน่อล มันกลับสวนทางกับความฝันที่ทุกคนนั้นคาดเอาไว้ 2 ปีสุดท้ายของ อาร์เซน เวงเกอร์ ทีมจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 5 และ 6 ในพรีเมียร์ลีกซึ่ง อูไน เอเมรี ก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างอะไรเลย ด้วยการจบอันดับที่ 5 โดยการที่เขามาคุมทีมปีแรก และไม่มีแชมป์ใดๆมาประดับตู้โชว์ในสโมสร

ส่วนในปัจจุบันหลังจากจบแมตช์ที่ 13 อันดับในตารางและตัวเลขมันก็โชว์หลาถึงความน่าอับอาย ที่ว่า อาเซน่อลนั้น อยู่ในอันดับที่ 8 โดย 13 เกมส์แรก พวกเขาชนะได้เพียง 4 ครั้งเท่านั้น บอลถ้วยเล็กอย่าง คาราบาวคัพ ก็ดันตกรอบไปแล้ว ฟุตบอลยูโรป้าลีก ก็ต้องมาเหนื่อยลุ้นในนัดสุดท้าย ซึ่งมันก็ไม่สมควรเลยที่ทีมอย่างอาเซน่อล จะต้องมาลำบากลำบนเช่นนี้ แต่ว่าที่มันเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงที่สุดที่เป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายระหว่าง เอเมรี กับปืนใหญ่ ก็คือการที่เขานั้นไม่สามารถสอนให้ลูกทีมสะกดคำว่าชัยชนะได้นานถึง 7 เกมส์ติดต่อกัน ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปีของสโมสรที่ไม่ชนะใครนานขนาดนี้ แม้แต่ อาร์เซน เวงเกอร์ที่แฟนบอลไล่ ก็ยังไม่เคยทำผลงานแย่ถึงเพียงนี้ ตลอดระยะเวลาที่เขาคุมทีม 1,235 เกมส์ จริงๆแล้วอยากจะบอกว่าแค่ อูไน เอเมรี ทำทีมไม่ชนะติดต่อกัน 7 เกมส์คือสาเหตุที่ทำให้โดนปลดฟ้าผ่าก็คงจะไม่ถูกต้อง เพราะมันยังมีเหตุผลอื่นๆประกอบสำนวนคดีอีกมากมาย

ข้อหาแรกที่เขาผิดเต็มๆก็คือ การที่เขานั้นไม่สามารถหาแนวทางการทำทีมได้แบบชัดเจนได้เลย พรีเมียร์ลีก 13 เกมที่ผ่านมา เขาได้ทำการลองผิด และลองผิด แล้วก็ลองผิด เพื่อหวังว่าจะให้มันถูกกับแผนการเล่นที่ไม่ซ้ำกันทั้งระบบ 4-4-2 แบบทรงเพชร หรือระบบ 4-4-2 แบบดั้งเดิม ระบบ 4-2-3-1 ไม่เว้นแม้กระทั่ง 3-4-1-2 โดยที่ เอเมรี นั้น ไม่เคยใช้แผนการเล่นใดที่เกิน 2 นัดเลยจนนักเตะเกิดปัญหาในเรื่องของความเข้าใจแทคติก ที่ไม่ต่อเนื่อง เพราะไม่รู้ว่าคนที่เป็นนายนั้นต้องการอะไรกันแน่ และยิ่งไม่ต้องพูดถึงปัญหาต่อมานั่นคือเรื่องของการสื่อสาร ที่ธรรมดานั้น อูไน เอเมรี ก็พูดภาษาอังกฤษได้ไม่ค่อยจะเก่งนักในแบบที่พูดไม่คล่องอยู่แล้ว มันก็ยิ่งจะตอกย้ำ และชัดเจนขึ้นได้ว่าเขานั้นไม่อาจจะถ่ายทอดความคิดในสมองของขาออกมาให้กับนักเตะทำความเข้าใจได้จากนั้นเจาะจงลงไปในแผนกแนวรับของทีม ที่ไม่ต่างอะไรกับบ่อน้ำมันชั้นดีให้กับผู้เล่นแนวรุกคู่แข่ง ได้เดินหน้าเข้ามาปู้ยี่ปู้ยำ

โดยในตอนนี้ทีมเสียไปแล้วถึง 19 ประตู จากการลงเล่น 13 เกมส์แต่ที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือ อาเซน่อล พร้อมที่จะคอยปูพรหมแดงให้กับคู่แข่ง ดาหน้ากันเข้ามาหาโอกาสสับไกลยิงให้ได้มากที่สุด ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วเกิดขึ้น 16 ครั้งต่อ 1 เกมส์ซึ่งมันก็ชัดเจนมากๆว่า อูไน เอเมรี ไม่สามารถผันเกมส์รับให้แข็งแกร่งขึ้นได้เลย