ธีราทร บุญมาทัน กว่าจะมาอยู่จุดนี้ มันไม่ง่ายเลย

ธีราทร บุญมาทัน กว่าจะมาอยู่จุดนี้ มันไม่ง่ายเลย

เมื่อความกดดันกลายเป็นแรงผลักดัน ที่ขยับเข้าใกล้ความสำเร็จในดินแดน “ซามูไร” วันเวลาผ่านไปความตั้งในในอาชีพของการเล่นฟุตบอลของ ธีราทร บุญมาทัน เขาพิสูจน์ผลงานกับสโมสรในประเทศไทยจนกลายเป็น แบ็กซ้าย และเป็นเจ้าพ่อลูกนิ่งที่ดีที่สุดของวงการฟุตบอลไทย เขาคว้าแชมป์มามากมายกับสโมสรต้นสังกัดในระดับประเทศและในไม่กี่วันข้างหน้า แฟนบอลชาวไทยคงจะได้เห็นชื่อของ ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายทีมชาติไทย สร้างประวัติลูกหนังให้กับทีมชาติไทย ในฐานะที่เป็นนักเตะไทยคนแรกของประวัติศาสตร์ ที่คว้าแชมป์ เจลีก กับโมสรโยโก ฮามา เอฟ มารินอส หากย้อนเวลากลับไป ฝันอันยิ่งใหญ่ได้เกิดขึ้น เมื่อ ธีราทร ได้รับโอกาสมาค้าแข้งที่ประเทศญี่ปุ่น กับสโมสร วิสเซล โกเบ เขาพกความไม่กลัวใส่กระเป๋า และความกดดันมากมายจากบ้านเกิด เพื่อเสี่ยงดวงผจญภัยในลีกฟุตบอลอาชีพที่เรียกได้ว่าเป็นลีกชั้นนำของเอเชีย

การไปใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่น แน่นอนว่าสภาพแวดล้อมมันค่อนข้างจะต่างกับประเทศไทยอย่างชัดเจน ทางวัฒนธรรม, ภาษา, การใช้ชีวิต และมันคงเป็นความฝันเดียวของเขา ที่เขาได้รับโอกาสและอยากทำมันให้ดีที่สุด แต่ว่าเส้นทางนั้นไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่ใครคิด เมื่อเขานั้นได้นั่งเป็นตัวสำรอง หากว่าเขาอยู่ประเทศไทย เขาแทบไม่เคยได้นั่งสำรองเลยด้วยซ้ำ หากไม่เจ็บไม่ป่วย แต่การก้าวไปในฝันที่ยิ่งใหญ่กว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่เขาจะถูกยอมรับจากแฟนบอลญี่ปุ่น ในปีแรกนั้นที่เขาลงเล่นให้กับวิสเซล โกเบ มันเหมือนเป็นมากกว่าความฝันสูงสุดของเขา ที่ได้เล่นในต่างแดน ที่เปรียบสะเหมือนกับรางวัลชีวิตของนักฟุตบอลหลายๆคน และมันพิเศษมากกว่านั้นเมื่อ ธีราทร ได้โอกาสเล่นเคียงข้างกับสุดยอดนักเตะในระดับโลกอย่าง อันเดรส อินิเอสตา และ ลูคัส พอดอสกี้ ในตอนที่ค้าแข้งกับ โกเบ แน่นอนครับมันเป็นรางวัลชีวิตที่น้อยนิด และน้อยคนนักจะได้รับโอกาสแบบนี้สุดท้ายแล้วนะครับ ความตั้งใจของเขาก็ถูกเห็นค่า จากสโมสรโยโก ฮามา เอฟ มารินอส ได้คว้าตัวของ ธีราทร มาเสริมทีมในฤดูกาลล่าสุดที่ผ่านมา และทำให้เขานั้นได้ลงเล่นใน เจลีก อีกครั้งซึ่งครั้งนี้ ดูเหมือนว่าต้นฤดูกาล โอกาสของเขา เหมือนเป็นเพียงแค่อากาศ ที่หลุดลอยไป และไม่ค่อยได้รับโอกาสในการลงเล่นอย่างที่ควรในช่วงต้นฤดูกาล แต่มันก็ไม่สามารถ ลดละ ความทะเยอทะยานของเขาได้ เขาได้ใช้ประสบการณ์จากปีแรกค่อยๆพัฒนาตัวเอง ในเรื่องของการปรับตัว ปรับแท็คติกของตัวเอง ให้เข้ากับแท็คติกการเล่นระบบทีม และเขาก็สามารถพิสูจน์ให้แฟนบอลไทย และแฟนบอลของ โยโก ฮามา ได้เห็นแล้วว่า เมื่อเขาได้รับโอกาส เขาก็สามารถทำมันออกมาได้ดีจนค็ชนั้นเริ่มเลือกเขามห้เป็น 11 ตัวจริง และได้รับโอกาสการลงสนามขึ้นเรื่อยๆ มันทำให้เขานั้นเริ่มมั่นใจขึ้น และทำให้เขานั้น เป็นคนที่มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเกมส์ จากข้างหลังไปข้างหน้าอย่างไหลลื่น และที่สำคัญคือ “เขาสามารถทำประตูได้ด้วย” จนสามารถพาทีม โยโกฮามา รั้งจ่าฝูงได้สำเร็จ นั่นจึงไม่น่าแปลกใจครับ ที่เขาจะยึดตำแหน่งแบ็กซ้ายไปครองในปีล่าสุด การได้ซ้อม ได้เรียนรู้กับนักเตะญี่ปุ่น ได้โค้ชที่มีประสบการณ์ช่วยให้เขาแข็งแกร่งขึ้น นี่แหละครับ คำว่าไม่กลัวที่จะได้ลงเล่น

แววตาที่มุ่งมั่น พลังกายพลังใจที่เต็มเปลี่ยม และพร้อมที่จะเต็มที่ที่ได้รับโอกาสจากการลงเล่นมันเป็นช่วงเวลาที่เขาได้เรียนรู้ และได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มากมาย ซึ่งใครจะคิดละครับว่า นักฟุตบอลที่มีบุคลิกที่เป็นคนอารมณ์ร้อน แต่แฝงไปด้วยแววตาของนักสู้ที่แท้จริงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น มีความดุดันในสนาม วิ่งจนลืมเหนื่อย กล้าเล่น กล้าเลี้ยง กล้าลุย ใช้จุดเด่นของตัวเองแสดงออกมาให้ได้มากที่สุด ทั้งการจ่ายบอล และลูกตั้งเตะ ถึงตอนนี้นะครับ ผมคิดว่าแฟนบอล โยโกฮามา คงจะรักผู้ชายคนนี้จนสุดหัวใจ เขาทำให้แฟนบอลหลายคนต่างหลงรักเขา ด้วยป้ายข้อความภาษาไทย ที่แฟนบอล โยโกฮามา เขียนมันไว้ในนัดล่าสุด เราจะสู้ไปด้วยกันนะ ธีราทร มันเป็นป้ายแทนความรู้สึกของแฟนบอลโยโกฮามา ที่มีต่อ

ธีราทร บุญมาทัน มันทำให้พวกเราเห็นว่ามันรู้สึกอบอุ่นหัวใจ และอดอมยิ้มไว้ไม่ได้เลยทีเดียว มันไม่ใช่การส่งเสียงเชียร์จากปาก แต่มันเป็นการส่งเสียเชียร์มาจากหัวใจ และมันทำให้เห็นว่า แฟนบอลนั้นรัก และให้การยอมรับต่อเขา และยังใส่ใจกับนักเตะทุกคนอย่างเท่าเทียม ซึ่งผมรู้สึกขนลุกทุกครั้ง ในเวลาที่คนไทยได้รับการยอมรับแบบนี้ ธีราทร บุญมาทัน ต้องทำงานหนักขนาดไหนกว่าที่เขาจะมีวันนี้ได้..

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*